Archive | ไม้มงคล RSS feed for this section

ต้นสนฉัตร์ไม้มงคล ไม้ประดับ

6 ม.ค.

สนฉัตร์

ชื่อสามัญชื่อวิทยาศาสตร์

ตระกูล

Nolfolk island pineAruacaria heterophylla.

ARUCARIACEAE

ลักษณะทั่วไป

สนฉัตร์ เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-15 เมตร ผิวเปลือกลำต้นสีน้ำตาล ลำต้นมีตุ่มเล็ก ๆ

ขึ้นรอบต้น ลำต้นกลมทรงพุ่มโปร่ง และมีเกล็๋ดใบเล็ก ๆ ออกตามต้นส่วนยอดการเจริญแตกกิ่งก้านเป็นชั้นๆออกไปตาม แนวนอน ส่วนลำต้นขึ้นตรงไปใบเป็นใบกระกอบออกตามกิ่งก้านเป็นเกล็ด มีลักษณะเป็นขนสั้นเล็กมีสีเขียว เรียงตัวกันแน่น

การเป็นมงคล

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นสนฉัตรไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความสนใจจากบุคคลทั่วไป เพราะ สน คือการสนใจ เห็นใจ ในสิ่งที่ดีงามนอกจากนี้ยังทำให้มีเกียรติและความสง่า เพราะ สนฉัตร มีทรงพุ่มลักษณะคล้ายเครื่องสูงที่ใช้ในพิธแห่เกียรติยศ และลักษณะการเจริญของลำต้นกิ่งก้านเด่นชัด ตระหว่านงาม

ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นสนฉัตรไว้ทางทิศเหนือผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์ ถ้าจะให้เป็ฯมงคลมากยิ่งขึ้น ผู้ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่ควรเคารพนับถือ และเป็นผู้ประกอบคุณงามความดีก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งนัก

การปลูกมี 2 วิธี

1 .การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน ขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก

2. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายนอกอาคาร นิยมใช้กับต้นสนฉัตรอายุระหว่าง 1-3 ป การปลูกควรใช้กระถางทรงสูง ขนาด12-18 นิ้วใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก:แกลบผุ:ดินร่วนอัตรา 1:1:1 ผสมดินปลูกควรเปลี่ยนกระถางแล้วแต่ความเหมาะ สมของทรงพุ่ม ถ้าต้นสนฉัตรมีอาจุมากกว่า 5 ป ขึ้นไป เหมาะที่จะปลูกในแปลงปลูกเพราะทรงพุ่มโตขึ้น

การดูแลรักษา

แสงน้ำ

ดิน

ปุ๋ย

การขยายพันธ์

โรค

ศัตรู

อาการ

การป้องกัน

การกำจัด

ต้องการแสงแดดปานกลาง จนถึงแสงแดดจัด หรือกลางแจ้งต้องการปริมาณน้ำมาก ควรให้น้ำ 3-5 วัน/ครั้ง

ชอบดินร่วนซุย มีความชื้นสูง

ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ปีละ 3-5 ครั้ง

การปักชำ การเพาะเมล็ด วิธีที่นิยมและได้ผลดี คือ การเพาะเมล็ด

โรครากเน่า

ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรู เพราะเป็นไม้ที่ทนทานต่อการทำลายของศัตรูพอสมควร

ใบซีดเหลือง ร่วง และแห้งตาย เกิดบริเวณปลายกิ่ง

ควบคุมการให้น้ำ และความชื้นในดินที่เหมาะสม

ใช้ยาแคปแทน ไซแนบ อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก

เราหวังว่า เกษตรทุกท่านได้ประโยชน์ที่อ่านบทความนี้ตามพอสมควร
ขอความกรุณาคลิ๊กปุ่ม +1 , ปุ่ม Like ,ปุ่ม Tweet และ แสดงความเห็น ให้เราด้วยนะครับ เพือปรับปรุงบทความต่อๆไป ขอบคุณครับ
อ้างอิง : www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00767

ไม้มงคล หมากนวล

28 ธ.ค.

ไม้มงคล หมากนวล

ชื่อสามัญ

ชื่อวิทยาศาสตร์

ตระกูล

ชื่ออื่น

Manila palm Christmas palm

Veitchia merrillii

PALMAE

หมากมนิลา ปาล์มเยอรมัน หมากคอนวล

ลักษณะทั่วไป ของ ไม้มงคล หมากนวล

หมากนวลเป็นพรรณไม้ยืนต้นประเภทปาล์มมีทรงพุ่มขนาดกลางลำต้นมีความสูงประมาณ 5-10 เมตรการเจริญเป็นลำต้นเดี่ยว ไม่มีหน่อ ลำต้นตรงสูง ผิวลำต้นสีน้ำตาลปนเทา ลำต้นเป็นข้อปล้องเห็นได้ชัด ใบเป็นใบรวม แตกออกจากทางใบเป็นรูปขนตก เรียงกันเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบลักษณะใบแคบยาว ขนาดใบมีความกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 50 – 60 เซนติเมตรตัวใบมีสีเขียวเรียบเป็นมันทางใบยาวประมาณ 1-2 เมตรลักษณะโค้งเล็กน้อยโคนทางจะเป็นกาบหุ้มลำต้นมีสีเขียว อ่อนปนขาวนวลออกดอกเป็นช่อคล้ายจั่นหมากก้านดอกมีสีขาวนวลลักษณะของดอกมีขนาดเล็กรวมกันอยู่เป็นจำนวนมากมีสีขาว อมเหลือง ผลเล็กกลมรีมีสีเขียวอ่อน เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงสด ภายในผลมีเมล็ดอยู่เพียงเมล็ดเดียว

การเป็นมงคล ของ ไม้มงคล หมากนวล

คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นหมากนวลไว้ประจำบ้านจะทำให้มีความอ่อนน้อมความมีน้ำใจเพราะหมากนวลมีการแตก ใบที่สวยงานลักษณะที่มีความนิ่มนวลอ่อนไหวนอกจากนี้ลักษณะการแตกใบของหมากนวลยังมีลักษณะที่โดดเด่นสง่านวลชวน มองนอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบหมากนวลไว้ว่าเป็นชื่อหมากชนิดหนึ่งที่ใช้รับประทานในสมัจโบราณคือหมากสงให้ในพิธี ต้อนรับแขกที่ไปมาหาสู่กัน ดังนั้นจึงแสดงถึงการมีนิสัยใจคอที่ดี มีน้ำใจงาม

ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก  ของ ไม้มงคล หมากนวล

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นหมากนวลไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผู้ที่ปลูกควรปลูกในวันอังคาร เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางใบให้ปลูกในวันอังคาร

การปลูก ไม้มงคล หมากนวล

มี 2 วิธี

1.การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน ขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือ ปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก

2.การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในและภายนอกอาคาร เหมาะที่จะใช้กับต้นหมากนวลที่มีอายุระหว่าง 1-3 ปี การปลูกควรใช้กระถางทรงสูงขนาด 14-24 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : : ดินร่วน อัตรา 1 : 1 :1 ผสมดินปลูกควร เปลี่ยนกระถางทุก12ปีแล้วแต่ความเหมาะสมของของการเจริญเติบโตของทรงพุ่มโตทั้งนี้เพราะการขยายตัวของ รากแน่นเกินไปและเพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป

การดูแลรักษา ไม้มงคล หมากนวล

แสง

น้ำ

ดิน

ปุ๋ย

การขยายพันธ์

โรค

แมลง

อาการ

การป้องกัน

การกำจัด

ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง

ต้องการปริมาณปานกลาง ควรให้น้ำ 7-10 วัน/ครั้ง

ชอบดินร่วนซุย มีความชื้นปานกลาง

ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1-2 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ปีละ 2-4 ครั้ง

การเพาะเมล็ด วิธีที่นิยมและได้ผลดี คือ การเพาะเมล็ด

ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค เพราะเป็นไม้ที่มีความทนทานต่อโรคได้ดี

เพลี้ยต่าง ๆ

ใบถูกกัดแทะ เป็นรู และเป็นรอย ทำให้ต้นแคระแกร็นและเสียรูปทรง

รักษาความสะอาดบริเวณแปลงปลูก

ใช้ยาไดอาซินอน อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก

เราหวังว่า ทุกท่านได้ประโยชน์ที่อ่านบทความนี้ตามพอสมควร
ขอความกรุณาคลิ๊กปุ่ม +1 , ปุ่ม Like ,ปุ่ม Tweet และ แสดงความเห็น ให้เราด้วยนะครับ เพือปรับปรุงบทความต่อๆไป ขอบคุณครับ

อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00754

กวนอิมทอง ไม้มงคล

22 ธ.ค.

กวนอิมทอง

ชื่อสามัญ    Ribbon plant

ชื่อวิทยาศาสตร์    Dracaena sonderiana”Gold”

ตระกูล     LILIACEAE

ถิ่นกำเนิด    ในประเทศคาเมรูนและคองโก

ลักษณะทั่วไป ของ กวนอิมทอง ไม้มงคล

กวนอิมทองเป็นพรรณไม้ยืนต้น คล้ายกับสกุลหวายลำต้นโตประมาณ 1-2 เซนติเมตร ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นกลมตรงเล็กลำต้นเป็นข้อๆสีเขียวไม่มีกิ่งก้านสาขามีการเจริญการยืดตัวของข้อใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกจากส่วน ยอดของลำต้นมีกาบใบหุ้มห่อลำต้นสลับกันเป็นชั้นๆตามข้อของลำต้นใบแคบเรียวยาวปลายใบแหลมโคนใบสอบลงมาถึง กาบใบ พื้นใบมีสีเขียวหรืมีสีขาวพาดตามยาวของใบ ขนาดความกว้างของใบประมาณ 2-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตรกวนอิมทองต่างกับกวนอิมเงินที่ลำต้นมีสีขาวหรือเหลืองส่วนของใบนั้นกวนอิมทองพื้นใบสีเขียวอ่อนสลับกับสี เหลืองอ่อน หรือเหลืองทองพาดไปตามยาวของใบ

การเป็นมงคล ของ กวนอิมทอง ไม้มงคล

คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นกวนอิมทองไว้ประจำบ้านจะทำให้คนในบ้านมีฐานะดีเกิดความร่ำรวยเพราะต้นกวน อิมทองเป็นไม้นำทองและของมีค่าเข้ามาสู่คนในบ้านดังนั้นจึงถือว่าเป็นไม้มงคลนามนอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่าต้นกวน อิมทองเป็นต้นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะคนโบรานใช้ต้นกวนอิมทอง ประกอบในพิธีบูชาพระเจ้าและพิธีที่เป็นศาสนาได้ดียิ่งนัก

ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก ของ กวนอิมทอง ไม้มงคล

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นกวนอิมทองไว้ทางทิศตะวันออก ผู้ปลูกควรปลูกในวันอังคาร เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางใบให้ปลูกในวันอังคาร

การปลูก ของ กวนอิมทอง ไม้มงคล

การปลูกมี 2 วิธี

1. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในและภายนอกอาคาร ใช้กระถางทรงสูงขนาด 8-12 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : แกลบผุ : ดินร่วนอัตรา 1:1:1ผสมดินปลูกควรเปลี่ยนกระถาง1-2 ปี/ครั้งเพราะการขยายตัวของรากแน่นเกินไปและการแตกกอของทรง พุ่มโตขึ้นนอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเปลี่ยนดินปลูกใหม่ เพื่อทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป

2.การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนโบราณนิยมปลูกไว้บริเวณบ้านและสวนโบราณนิยมปลูกไว้บริเวณหน้า บ้าน เพราะจะได้เป็นเสน่ห์แก่บ้าน ขนาดหลุมปลูก 20 x 20 x 20 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1:2 ผสมดินปลูก:

การดูแลรักษา ไม้มงคล กวนอิมทอง

แสง    ต้องการแสงแดดจัด หรือ แสงร่มรำไร

น้ำ    ชอบน้ำมาก การให้น้ำ 5-7 วัน/ครั้ง

ดิน    ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย มีความชื้นสูง

ปุ๋ย     ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ 1-2 เดือน/ครั้ง หรือการใส่ปุ๋ยเคมีใช้สูตร 16-16-16 อัตรา 100-300 กรัม/กอ ใส่ปีละ 4-5 ครั้ง

การขยายพันธ์    การปักชำ

โรคและแมลง ไม่ค่อยพบและมีปัญหาเรื่องโรค แมลง จะพบเพลี้ยแป้ง

อาการ ซอกใบหรือโคนใบจะมีกลุ่มผงสีขาว หลังจากนั้นใบจะเหลือกซีด แคระแกร็น

การป้องกันกำจัด รักษาความสะอาดบริเวณพื้นที่ปลูก ฉีดพ่นด้วย ยาไดซินอนตามคำแนะนำที่ระบุไว้ในฉลากยา

อ่านเสร็จแล้ว ขอความกรุณา คลิกปุ่ม +1 , ปุ่ม Like ,ปุ่ม Tweet และ แสดงความเห็น ให้เราด้วยนะครับ
อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00730

ไม้มงคล กวนอิมเงิน

21 ธ.ค.

กวนอิมเงิน

(หวายด่างหรืออ้อลาย)

ชื่อสามัญ     Ribbon plant

ชื่อวิทยาศาสตร์      Dracaena sonderiana”silver”

ตระกูล     LILIACEAE

ถิ่นกำเนิด    ในประเทศคาเมรูนและคองโก

ลักษณะทั่วไป

กวนอิมเงินเป็นพรรณไม้ยืนต้น คล้ายกับสกุลหวายลำต้นโตประมาณ 1-2 เซนติเมตร ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นกลมตรงเล็กลำต้นเป็นข้อๆสีเขียวไม่มีกิ่งก้านสาขามีการเจริญการยืดตัวของข้อใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกจากส่วนยอด ของลำต้น มีกาบใบหุ้มห่อลำต้น สลับกันเป็นชั้นๆ ตามข้อของลำต้น ใบแคบเรียวยาว ปลายใบแหลม โคนใบสอบลงมาถึงกาบ ใบพื้นใบมีสีเขียวหรืมีสีขาวพาดตามยาวของใบ ขนาดความกว้างของใบประมาณ 2-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตร

การเป็น ไม้มงคล กวนอิมเงิน

คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นกวนอิมเงินไว้ประจำบ้าน จะทำให้คนในบ้านมีฐานะดี เกิดความร่ำรวย เพราะต้นกวนอิมเป็นไม้นำเงินเข้ามาหมุนเวียนให้คนในบ้าน ดังนั้นจึงถือว่าเป็นไม้มงคลนาม นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า ต้นกวนดิมเงินเป็นต้นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะคนโบราณใช้ต้นกวนอิมประกอบในพิธีบูชาพระเจ้า และพิธีมงคลทางศาสนาดียิ่งนัก

ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นกวนอิมเงินไว้ทางทิศตะวันออก ผู้ปลูกควรปลูกในวันอังคาร เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางใบให้ปลูกในวันอังคาร

การปลูก  กวนอิมเงิน การปลูกมี 2 วิธี

1. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในและภายนอกอาคาร ใช้กระถางทรงสูงขนาด 8-12 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : แกลบผุ : ดินร่วนอัตรา 1:1:1 ผสมดินปลูกควรเปลี่ยนกระถาง1-2ปี/ครั้งเพราะการขยายตัวของรากแน่นเกินไปและการแตกกอของทรง พุ่มโตขึ้นนอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเปลี่ยนดินปลูกใหม่ เพื่อทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป

2.การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนโบราณนิยมปลูกไว้บริเวณบ้านและสวนโบราณนิยมปลูกไว้บริเวณหน้า บ้าน เพราะจะได้เป็นเสน่ห์แก่บ้าน ขนาดหลุมปลูก 20 x 20 x 20 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1:2 ผสมดินปลูก

การดูแลรักษา กวนอิมเงิน

// //

แสง    ต้องการแสงแดดจัด หรือ แสงร่มรำไร

น้ำ      ชอบน้ำมาก การให้น้ำ 5-7 วัน/ครั้ง

ดิน     ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย มีความชื้นสูง

ปุ๋ย     ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ 1-2 เดือน/ครั้ง หรือการใส่ปุ๋ยเคมีใช้สูตร 16-16-16 อัตรา 100-300 กรัม/กอ ใส่ปีละ 4-5 ครั้ง

การขยายพันธ์     การปักชำ

โรคและแมลง     ไม่ค่อยพบและมีปัญหาเรื่องโรค แมลง จะพบเพลี้ยแป้ง

อาการ      ซอกใบหรือโคนใบจะมีกลุ่มผงสีขาว หลังจากนั้นใบจะเหลือกซีด แคระแกร็น

การป้องกันกำจัด     รักษาความสะอาดบริเวณพื้นที่ปลูก ฉีดพ่นด้วย ยาไดซินอนตามคำแนะนำที่ระบุไว้ในฉลากยา
อ่านเสร็จแล้ว ขอความกรุณาคลิ๊กปุ่ม +1 , ปุ่ม Like ,ปุ่ม Tweet และ แสดงความเห็น ให้เราด้วยนะครับ

อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00729

ไม้มงคล ต้นนางกวัก

19 ธ.ค.

ไม้มงคล ต้นนางกวัก

: ต้นนางกวัก.

ชื่อวิทยาศาสตร์, Alocasia cucullata (Lour.) G.Don.

ชื่อวงศ์, ARACEAE

ต้นนางกวัก เป็นพันธุ์ไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกมงคล กวักเงิน กวักทอง นางกวัก คล้ายกริยาของการเรียกเงิน ทองหรือ กวักมงคลต่างๆ

กวัก เป็นต้นไม้ที่มีก้านตั่งตรงจากลำต้นหนา 3-6 cm ก้านใบยาวตั้งแต่ 20-85 cm ใบลักษณะคล้ายใบโพธิ์ขนาดกว้าง 8-30 x 6-35 cm. มีก้านใบเชื่อมถึงกัน สีเขียวแกมน้ำเงิน ใบด้านบนเป็นมัน เห็นเส้นใบโค้งตามรูปใบชัดเจน ต้นที่สมบูรณ์จะมีใบใหญ่เป็นมันก้านยาว เมื่อใบเก่าแห้งแล้วลอกทิ้งจะทำให้เห็นเป็นลักษณะคล้ายลำต้น กวักจะแตกหน่อออกเป็นต้นใหม่ไปเรื่อยๆ แม้ปลูกเพียงต้นเดียวก็สามารถมีหน่อได้จนเต็มภาชนะปลูก

ต้นกวักที่มีอายุมากๆ เมื่อนำมาตัดแต่งลอกใบเก่าๆ ออก จะทำให้เห็นลำต้นซึ่งเมื่อนำมาปลูกแล้วดูสวยงาม

การปลูกและให้น้ำ นั้นไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อยๆ แม้กวักจะชอบชื้นแฉะ ควรตั้งไว้ในที่ร่มรำไร จะทำให้ใบสวยงาม

อ่านเสร็จแล้ว ขอความกรุณาคลิ๊กปุ่ม +1 , ปุ่ม Like ,ปุ่ม Tweet  และ แสดงความเห็น ให้เราด้วยนะครับ

อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00719

ไม้มงคล กระบองเพชร

16 ธ.ค.

ไม้มงคล กระบองเพชร

กระบองเพชรก็เป็นต้นไม้ที่มักจะพบเห็นได้ทั่วไป เพราะชาวไทยต่างก็นิยมปลูกต้นกระบองเพชร เอาไว้ในบ้าน เพื่อเป็นการเสี่ยงทาย
คนโบราณเชื่อกันว่าหากบ้านใดปลูกกระบองเพชรแล้วเติบโตแข็งแรงให้ดอกมากมายสวยงาม ก็จะทำให้ครอบครัวๆ นั้นได้รับโชคลาภ ไม่เพียงแต่ได้รับเงินทอง ยังอาจจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง หน้าที่การงานอีกด้วย

นอกจากนั้น ยังเชื่ออีกว่า การปลูกต้นกระบองเพชรไว้ ก็จะช่วยป้องกันอันตราย คอยคุ้มครองสมาชิกทุกคนภายในบ้าน ไม่ให้ได้รับอันตรายร้ายแรงจากศัตรู หรือทำให้ผู้ประสงค์ร้าย เกิดความเกรงกลัวไม่มีใครกล้ามาคิดร้ายกรายกล้ำคนในบ้าน

เพราะกระบองเพชรมีลำต้นที่แข็งแรงทนทาน และยังมีหนามแหลมคม ที่จะคอยทิ่มแทงขโมย ที่อาจจะจ้องทำร้าย หรือขโมยทรัพย์สิน ดังนั้น จึงมักจะปลูกตามแนวรั้วบ้าน หรือปลูกเป็นแนวยาว เป็นรั้วบ้านได้เช่นกัน

เคล็ดปฏิบัติ

ควรลงมือปลูกต้นกระบองเพชรในวันเสาร์ เพราะคนโบราณเชื่อว่า ต้นไม้ที่ช่วยเพิ่มความเป็นสิริมงคล ให้แก่ครอบครัวนั้น ควรจะปลูกในวันเสาร์

ทิศที่เหมาะสมในการปลูกต้นกระบองเพชรมากที่สุด คือ ทิศตะวันตก เพื่อคอยปกป้องคุ้มครอง ให้คนทั้งครอบครัว ปลอดภัยจากเรื่องร้าย และมีแต่ความสงบสุข

อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00717

ไม้มงคล ไผ่

13 ธ.ค.

ไผ่

ไม้มงคล ไผ่

จะสังเกตได้ว่า มีบ้านเรือนจำนวนไม่น้อยเลย ที่นิยมปลูกต้นไม้ไผ่เอาไว้ภายในบริเวณบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ไผ่เหลืองทอง ไผ่สีสุก ไผ่เตี้ย หรือไผ่น้ำเต้า การที่คนไทยนิยมปลูกต้นไผ่นั้น มีความเชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วว่า หากปลูกต้นไผ่เอาไว้ภายในบริเวณบ้าน ก็จะช่วยให้ สมาชิกทุกคนภายในบ้านนั้น เป็นคนที่ไม่คดโกง หรือเอารัดเอาเปรียบใคร ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร ก็จะตั้งใจทำ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรม ซึ่งความเชื่อเหล่านั้น ก็มีพื้นฐานมาจากลักษณะของต้นไผ่นั่นเอง ต้นไผ่นั้นจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แตกกิ่งก้านสาขาที่เหยียดตรง และเรียบเนียน ส่วนด้านในของปล้องไผ่แต่ละปล้อง ก็จะมีแต่เนื้อไม้สีขาวบริสุทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนโบราณเชื่อว่าไผ่สีสุกนั้น จะช่วยส่งผลให้สมาชิกทุกคนในบ้านนั้น ประสพแต่ความสำเร็จ ร่ำรวยเงินทอง มีความสุขกันถ้วนหน้า เพราะชื่อของไผ่ชนิดนี้ คล้องจองกับคำว่า “มั่งมีศรีสุข” จึงช่วยให้เกิดความสุขความเจริญ แก่ผู้ปลูกกันทั่วทุกคน ชาวจีนก็เชื่อกันว่า ไผ่จะเสริมมงคลให้คนในบ้าน เป็นคนมุ่งมั่นตั้งใจจริง มีปัญญาเลิศมีเหตุผล ชื่อตรง เอื้ออารี และกตัญญูรู้คุณ

เคล็ดปฏิบัติ ไม้มงคล ไผ่

ต้นไผ่นั้น เหมาะจะนำไปปลูกไว้บริเวณริมรั้วของบ้าน เพราะธรรมชาติของต้นไผ่นั้น จะแตกหน่อเจริญงอกงามอย่างรวดเร็ว จึงเหมะจะปลูกแถบบริเวณที่โล่งกว้างของบ้าน

การปลูก ไม้มงคล ไผ่

ก็ควรจะปลูกต้นไผ่ไว้ทางทิศตะวันออกของบ้าน เพื่อให้ต้นไผ่ได้รับแสงแดดยามเช้าอย่างเต็มที่ และควรจะลงมือปลูกในวันเสาร์ เพราะคนโบราณเชื่อว่า การปลูกต้นไม้ที่ให้ประโยชน์ได้หลาย ๆ ทาง ก็ควรจะปลูกในวันเสาร์ จึงจะงอกงามดี และเสริมมงคลดียิ่ง ผู้ที่เหมาะจะลงมือปลูกต้นไผ่มากที่สุด คือ ผู้ที่เกิดในปีมะแม ซึ่งถ้าเป็นสมาชิกภายในบ้านก็จะเป็นการดี เพราะต้นไผ่นั้น เป็นต้นไม้ประจำปีมะแม ดังนั้น ความเป็นมงคลของต้นไผ่ก็จะเพิ่มมากขึ้น ถ้าไม่มีผู้ที่เกิดปีมะแม ก็ให้หัวหน้าครบครัวเป็นผู้ปลูกก็ถือว่าเป็นมงคลเช่นกัน

อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00703

ไม้มงคล โป๊ยเซียน

7 ธ.ค.

โป๊ยเซียน

ไม้มงคล
ชื่อสามัญ      Crow of Thorns

ชื่อวิทยาศาสตร์     Euphorbia millii.

ตระกูล        EUPHORBIACEAE

ลักษณะทั่วไป โป๊ยเซียน

โป๊ยเซียนเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดย่อม ลำต้นมีความสูงประมาณ 3-5 ฟุต ลำต้นมีหนามปกคลุม หนามแหลม และแข็ง เปลือกลำต้นมีสีเทาหรือเขียวจัด เมื่อกรีดดูลำต้นจะมียางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกจากยอดและลำต้นจะทยอยกันออก ลักษณะใบมนรีค่อนค้างแคบเรียวแหลมขอบใบเรียบพื้นใบสีเขียวดอกออกตามปลายกิ่งออกดอกตามปลายกิ่งหรือส่วน ยอดดอกมีขนาดเล็กมีสีแดง เหลือง ชมพู มีกลีบดอก 1 คู่ เป็นรูปไต มีขนาดประมาณ 1-2 เซนติเมตร ลักษณะลำต้น ใบ และดอก จะแตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์

การเป็นมงคล ของโป๊ยเซียน

คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นโป๊ยเซียนไว้ประจำบ้านจะนำโชคลาภมาให้คนในบ้านเพราะต้นโป๊ยเซียนเป็นไม้ เสี่ยงทายคือ ถ้าผู้ใดปลูกต้นโป๊ยเซียนออกดอกได้ 8 ดอกขึ้นไปผู้นั้นก็จะมีโชคลาภตามไปด้วย นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่า ต้นโป๊ยเซียนยังช่วยคุ้มครองให้มมีความอยู่เย็นเป็นสุขเพราะต้นโป๊ยเซียนเป็นต้นไม้แห่งเทพเจ้า8องค์ที่คอยคุ้มครอง โลกมนุษย์

เทพเจ้า 8 องค์ ได้แก่

1. เซียนพิการ          2. เซียนหอสมุด

3. เซียนอาจารย์      4. เซียนค้างคาวเผือก

5. เซียนวนิพก         6. เซียนสาวสวย

7. เซียนกวี             8. เซียนถ้ำ

ตำแหน่งที่การปลูกและการปลูกโป๊ยเซียน

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัยควรปลูกต้นโป๊ยเซียนไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธเพราะโบ ราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้นผู้ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่มีความ รับผิดชอบสูง เป็นผู้ที่ควรเคารพนับถือและประกอบคุณงามความดีก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งขึ้น

การปลูก โป๊ยเซียน มี 2 วิธี

1. การปลูกในกระถางเพื่อประดับอาคารบ้านเรือน เหมาะสำหรับใช้เป็นไม้ดอกประดับภายนอก ขนาดกระถางปลูก 8-12 นิ้ว ควรเป็นกระถางทรงสูง ใช้ดินร่วน : แกลบผุ : เปลือกถั่ว หรือไบไม้ผุ อัตรา 1 : 1 : 2 ผสมดินปลูกและควรเปลี่ยนกระถาง ปีละครั้ง เพื่อการเปลี่ยนดินปลูกใหม่แทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป

2. การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนนิยมปลูกไว้ใกล้ๆกับบ้านเพราะมีเวลาดูแลรักษาที่ใกล้ชิดจะทำให้ เกิดดอกที่สวยงาม ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 2: 1 ผสมดินปลูก

การดูแลรักษา โป๊ยเซียน

แสง                  : ต้องการแสงแดดรำไร จนถึงแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง

น้ำ                     : ต้องการปริมาณน้ำน้อย ทนต่อความแห้งแล้ง ควรให้น้ำ 5-7 วัน/ครั้ง

ดิน                    : ชอบดินร่วนซุย ดินผสมพิเศษ

ปุ๋ย                    : ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ผสมพิเศษ อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ 1-2 ครั้ง/เดือน

การขยายพันธ์   : การปักชำ การเสียบยอด การเพาะเมล็ด วิธีที่นิยมและได้ผลดี คือ การปักชำและการเสียบยอด

โรค                   : โรครากเน่า

อาการ               : โคนต้นมีเส้นใยสีขาวและเหลือง หลังจากนั้นใบและลำต้นเหี่ยวแห้ง

การป้องกัน       : อย่ารดน้ำให้แฉะเกินไป และกำจัดเชื้อราในดินปลูกโดยการตากดินให้แห้ง

การรักษา          : ใช้ยาเนทริฟิน อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก

ศัตรู                   : ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรูรบกวน เพราะเป็นไม้ที่ทนต่อการทำลายของศัตรูพอสมควร
อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00687

ประดู่ ไม้มงคล

30 พ.ย.


ประดู่

 

ไม้มงคล

ต้นประดู่นั้น ให้คุณประโยชน์ได้มากมายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นดอกที่สวยสดงดงาม หรือเนื้อไม้ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ได้อย่างมากมายมหาศาล หากคุณเคยสังเกต ก็คงจะเคยได้ยินมาบ้างว่า ต้นประดู่นั้น ได้ถูกนำมาใช้เป็นไม้ที่สำคัญ ในการประกอบตัวเรือของกองทัพเรือ ในสมัยก่อนเลยทีเดียว ประดู่นั้น หมายถึง ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะก่อให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ของความร่วมมือร่วมใจกันสืบไป

 

ดังนั้น คนโบราณจึงนิยมปลูกต้นประดู่ เพื่อกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนในบ้าน มีความรักใคร่สามัคคี โดยที่ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน บ้านทั้งหลัง จึงมีแต่ความสงบสุข ทุกคนจะร่วมมือร่วมแรงใจกันเสมอ ราวกับดอกของต้นประดู่ ที่มักจะระดมกำลังกันผลิบาน จนกลายเป็นสีเหลืองไปทั่วทั้งต้น

นอกจากนั้น ประดู่ยังมีประโยชน์ในการสรรค์สร้างเสียงดนตรีได้อีกด้วย เพราะแก่นของต้นประดู่นั้น แข็งแกร่งมาก คนโบราณจึงนำมาประดิษฐ์เป็นระนาด ที่ให้ความบันเทิงแก่ชาวไทยทุกคน มาเป็นเวลาช้านานแล้ว

 

เคล็ดปฏิบัติ ประดู่ ไม้มงคล

ทิศ ทางที่เหมาะสมกับการปลูก คือ ทิศตะวันตกของตัวบ้าน และควรจะลงมือปลูกในวันเสาร์ เพราะเชื่อกันว่า ต้นไม้ที่ให้สิริมงคลนั้น ถ้าปลูกในวันเสาร์ก็จะยิ่งเกิดผลดีเพิ่มมากขึ้น ผู้ที่จะลงมือปลูกต้นประดู่นั้น ก็ควรจะเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิ และวัยวุฒิมากสักหน่อย หากเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ หรือผู้ที่ประกอบแต่คุณงามความดี ก็จะยิ่งเพิ่มความเป็นมงคลของต้นประดู่ให้มากยิ่งขึ้น

 

อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00676

ว่านไก่ขัน

30 พ.ย.

ว่านไก่ขัน

ว่านไก่ขัน ไม้มงคล ลักษณะคล้ายต้นขมิ้น แต่เล็กกว่า ลักษณะใบเล็กยาวแหลม หลังใบเป็นขนสีนวล หัวมีลักษณะเหมือนหัวไก่สีเหลืองอ่อน เมื่อว่านนี้ขึ้นมาแก่เต็มที่แล้ว จะเกิดมหัศจรรย์อันประหลาด เวลากลางคืนดึกสงัดหรือใกล้รุ่งแจ้ง ว่านจะขันเหมือนไก่

สรรพคุณ ว่านไก่ขัน ไม้มงคล

ว่านไก่ขันไม้มงคลเป็นว่านที่วิเศษเมือ่ปลูกแล้วเจริญเติบโตแก่เต็มที่จะมีเทวดารักษา มีอานุภาพหนักไปทางโชคลาภ เมตตามหานิยมอย่างยอดเยี่ยม และคงกระพันชาตรี เมื่อจะปลูกว่านไก่ขันนี้ ให้จุดธุปเทียน ข้าวตอกดอกไม้บูชาเทวา ทำน้ำมนต์รดเสกด้วยคาถาปิโยและคาถาหัวใจไก่เถื่อน ว่าดังนี้ 0 ปิโยเทวะมนุสสานัง ปิโยพรหมานะนะมุตะโม ปิโยนาคะสุปันนานัง ปิณินทะริยัง นะมามิหัง จิเจรุนิ เวทาสากุกุ ยะสาทาเวกุกุ ทิกุกุ ยะทิกุกุ กุตะภุ ภุกุตะกุ กุกุฉารี ปุริโส อิถิโยมามัง เอหิจติตัง ปิงยังมะมะ ฯ

เมื่อขุดขึ้นจากดินก็ให้เสกด้วยคาถาบทนี้ ทำน้ำมนต์รด หรือเมื่อจะหัวว่านนี้นำติดตัว เพื่อให้เกิดเป็นศิริมงคล มีโชคลาภ เมตตามหานิยม ให้ปลุกเสกด้วยคาถาดังกล่าวนั้น ผู้ที่ปลูกว่านนี้จะไม่มีวันอับจน จะต้องหมั่นรดน้ำมนต์ที่ทำไว้ จุดธูปบูชาว่าน เพื่อใหว้เทวดา ที่รักษาว่านนี้ อธิษฐาน ขอให้เกิดโชคลาภ จนว่านแก่จัดขันขึ้นมาเมื่อใด ก็ทำให้มีโชคลาภร่ำรวยยิ่งขึ้น เมื่อว่านต้นใบแห้งร่วงโรยหมดสิ้นจะเหลืออยุ่แต่หัว ให้ขุดขึ้นจากดิน เก็บไว้บูชา ครั้นถึงฤดูกาล ก็ให้ปลูกว่านนี้อีก

 

อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00674

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.