ชมพู่แก้มแหม่ม

29 พ.ย.

ชมพู่แก้มแหม่ม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Syzygium samarangense (Blume) Merr. & L.M.Perry var. samarangense

วงศ์ : Myrtaceae

ชื่อสามัญ : Java Apple , Wax Apple , Wax Jambu

ชื่ออื่น : ชมพู่แก้มแหม่ม (กลาง); ชมพู่กะหลาป๋า , ชมพู่ขาว ,ชมพู่เขียว , ชมพู่นาก (กรุงเทพ) ยามูปะนาวา (มาเลย์ – นราธิวาส)

ลักษณะ : เป็นไม้ผลลำต้นเดี่ยวทรงสูงตั้งตรงมีผิวผิวเปลือกลำต้นที่เป็นรอยขรุขระ แตกกิ่งก้านออกมากพอควร ใบ : เป็นรูปหอกปลายแหลมค่อนข้างยาว ส่วนแคบของใบกว้าง 3 – 5 เซนติเมตร และยาว 15 – 20 เซนติเมตร ใบหนาเป็นมันขอบใบเรียบและก้านใบสั้น ดอก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 7 เซนติเมตร มีสีขาว เกสรตัวผู้ มีจำนวนมาก ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ผล ผลและรูปร่างของผลเป็นรูปทรงกลมแบนหรือรูปสามเหลี่ยมฐานกว้าง มีสีขาวอ่อนเนื้อขาวบางและกรอบ รสหวานมีกลิ่นหอม เมล็ด : เป็นสีน้ำตาล มีจำนวน 1 – 2 เมล็ด ถ้ามี 2 เมล็ด จะมีลักษณะเป็นรูปครึ่งวงกลมประกัน

ประโยชน์ : สามารถปลูกประดับตกแต่งสนามในเนื้อที่บ้านขนาดเล็กได้สามารถปลูก จำหน่ายผลผลิต และเป็นไม้ผลเศรษฐกิจด้วยก็ได้ ให้ร่มเงา สดชื่น ทางด้านสมุนไพร ผล ใช้ปรุงเป็นยาชูกำลังทำให้จิตใจเบิกบานใบ ใช้ลดไข้แก้เจ็บตา เมล็ดใช้แก้ท้องเสีย รักษาโรคเบาหวาน
อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00672

สมุนไพรพื้นบ้านข่า

29 พ.ย.

สมุนไพรพื้นบ้านข่า

ข่า

สรรพคุณทางยา เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้บิด ท้องอืด โรคหืด ขับเสมหะ และโรคหลอดลมอักเสบ ในข่าประกอบด้วย วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 แคลเซียม เส้นใยอาหาร และฟอสฟอรัส

การนำไปใช้ มักใส่ในอาหารประเภทต้ม เช่น ต้มยำ ต้มข่า ต้มแซบ หรือน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ทั้งก๋วยเตี๋ยวเป็ด ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ใช้เป็นเครื่องปรุงในการต้มพะโล้ขาหมู บ้างก็นำมาโขลกละเอียดใส่ในลาบ เช่น ลาบปลาดุก ลาบหมู คนจีนมักนำข่ามาโขลกละเอียดผสมเต้าเจี้ยวกินกับข้าวต้มปลาและที่ขาดไม่ได้คือเป็นส่วนผสมในน้ำพริกแกงต่างๆ

คลิกอ่าน

อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00600

มะกรูด

29 พ.ย.

มะกรูด

สรรพคุณทางยา ผสมมะกรูดช่วยขับลม แก้จุกเสียด แก้ลมวิงเวียน น้ำมะกรูดแก้เลือดออกตามไรฟัน ในมะกรูดประกอบด้วย เบต้า-แคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม และโปรตีน  อ่านต่อ

//

กระเพรา

29 พ.ย.

กระเพรา

สรรพคุณทางยา ป้องกันโรคขาดเลือด ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมัน แก้จุกเสียด ในกะเพราประกอบด้วย เบต้า-แคโรทีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก เส้นใยอาหาร และฟอสฟอรัส

การนำไปใช้ ใส่ต้มยำโป๊ะแตกเพื่อช่วยดับกลิ่นคาวจากเนื้อสัตว์ทะเล ใส่ผัดกะเพรา ทอดกรอบแนมกับทอดมัน หรือใส่ในส่วนผสมทอดมัน และแกงป่า

อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00595

สักทอง ไม้มงคล

29 พ.ย.


สักทอง

ไม้มงคล

ขณะนี้ต้นสักทองกำลังเป็นที่นิยมมาก เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยทีเดียว ที่หันมาปลูกสร้างบ้านเรือนด้วยไม้สักทอง เพราะนอกจากจะแข็งแรงทนทานแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับบ้าน และผู้อยู่อาศัยอีกด้วย สักทองนั้น เป็นต้นไม้ที่ชื่อมีความหมายดีมาก เพราะสักหรือสักกะนั้น หมายถึงพระอินทร์ ผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุดในสรวงสวรรค์ นอกจากนั้นคำว่า “สัก” ยังพ้องเสียงกับ “ศักดิ์” ซึ่งหมายถึงยศถาบรรดาศักดิ์ เกียรติศักดิ์ หรือศักดิ์ศรี ซึ่งต่างก็เป็นความหมายในแง่ดีด้วยกันทั้งนั้น คนโบราณเชื่อกันว่า หากครอบครัวใดปลูกต้นสักทองเอาไว้ภายในบริเวณบ้าน ก็จะช่วยเพิ่มความมีสง่าราศี ส่งผลให้ได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นที่เคารพยกย่องจากบุคคลทั่วไป และยังเพิ่มบุญบารมีให้กับสมาชิกทุกคนภายในบ้านอีกด้วย

เคล็ดปฏิบัติการปลูกไม้มงคล (สักทอง)

ทิศเหนือ เป็นทิศที่เหมาะที่สุดในการปลูกต้นสักทอง และควรจะลงมือปลูกในวันเสาร์ เพราะาคนโบราณเชื่อว่า ต้นไม้ที่จะช่วยเสริม ความเป็นสิริมงคลให้กับบ้าน ควรจะปลูกในวันเสาร์ก็จะดียิ่งขึ้นไปอีก มอบหน้าที่ปลูกต้นสักทองให้ ผู้ที่อาวุโสที่สุดในบ้าน หากบ้านมีเพียงหนุ่มสาว ก็ควรเชิญผู้ใหญ่หรือญาติสนิท ที่เราเคารพนับถือ หรือผู้ที่ทำแต่ความดี จนได้รับการสรรเสริญยกย่อง มาเป็นผู้ลงมือปลูก ก็จะช่วยเพิ่มมงคลให้กับต้นไม้ได้เป็นอย่างดี

อ้างอิง : http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00670

ดอกลีลาวดี

28 พ.ย.

ดอกลีลาวดี

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Plumeria spp.
ตระกูล :  Apocynaceae
ชื่อสามัญ :  Frangipani,Pagoda,Temple
ถิ่นกำเนิด เม็กซิโกใต้ถึงตอนเหนือทวีปอเมริกาใต้ลักษณะทั่วไปของดอกลีลาวดีดอกลีลาวดี เป็นไม้ยืนต้นไม้ดอก มีขนาดจากที่เป็นพุ่มเตี้ยแคระสูงประมาณ0.6 เมตร จนถึงต้นใหญ่มากอาจที่สูงได้ถึง 12 เมตร ลำต้นแผ่กิ่ง ก้านสาขาและพุ่มใบสวยงาม มีน้ำยางขนสีขาวเป็นพันธุ์ไม้ดอกที่สลัดใบในฤดูแล้งก่อนที่จะผลิดอกผลิใบรุ่นใหม่ชนิดและพันธุ์ที่มีลักษ ณะดี ต้องมีทรงพุ่มแน่น มีกิ่งก้านสาขามาก ใบดกที่ปลายกิ่ง มีช่อดอกใหญ่ กิ่งที่ยังไม่แก่มีสีเขียวออ่นนุ่ม กิ่งที่แก่มีสีเทามีรอยตะ ปุ่มตะป่ำ ใบ เป็นใบเดี่ยวมีการเรียงตัวสลับกันและหนาแน่นใกล้ๆปลายกิ่ง มีตั้งแต่สีเขียวอ่อนถึงเขียวเข้ม มีเส้นกลางใบแตกสาขา ออกไปคล้ายขนนก ขนาดใบแตกต่างกันตั้งแต่ 5-20 นิ้ว ช่อดอก จะถูกผลิตออกมาจากปลายยอดเหนือใบแต่กก็มีบางชนิดที่ออกช่อ ดอกระหว่างใบหรือออกดอกใต้ใบ ช่อดอกบางชนิดตั้งขึ้น บางชนิดห้อยลง ใน 1 ช่อดอกจะมีดอกบานพร้อมกัน 20-30 ดอก บาง ต้นสมบูรณ์เต็มที่อาจมีดอกมากกว่า 100 ดอก ต่อ 1 ช่อ ดอกโดยทั่วไป กลีบดอกมี 5 กลีบ เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย อยู่ลึกเข้าไปข้าง ใน ดอกของ ลีลาวดีมีสีสรรหลากหลาย ทั้ง ขาว แดง เหลือง ชมพู ส้ม ม่วง สีทอง มีกลิ่นหอมต่างๆกันไปในแต่ละชนิด ดอกมี ขนาด 2 – 6 นิ้ว มีกลิ่นหอม ผล เป็นฝักคู่ รูปยาวรี กว้างประมาณ 1.5 – 15 ซม. เมื่อแก่แตกเป็น 2ซีก เมล็ดมีจำนวนมาก เมล็ด แบนมีปีก ลีลาวดีมีช่วงชีวิตที่ยาวนานนับ 100 ปี

// //

ฤดูกาลออกดอกลีลาวดี

ออกดอกระหว่างเดือนกุมภาพันธุ์-เมษายน บางพันธุ์ออกดอกตลอดปี เช่น ขาวพวง

สภาพการปลูก ดอกลีลาวดี

ลีลาวดี เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดด ทนต่อความแห้งแล้ง ไม่ชอบน้ำมาก ดินที่เหมาะสมในการปลูกลีลาวดี ควรมีลักษณะเป็น ดินร่วนปนทราย ส่วนดินเหนียวหรือดินที่มีเนื้อดินละเอียดหนักซึ่งน้ำขังง่าย จะทำให้รากเน่า โคนเน่าได้ ลีลาวดีจะเจริญเติบโต ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงหากไม่ได้รับแสงแดดเต็มที ก็จะไม่ออกดอก แต่บางพันธุ์ก็ไม่ต้องการแสงแดดจัดในช่วงบ่าย

การขยายพันธุ์ ดอกลีลาวดี

ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด,การปักชำกิ่งการขยายพันธุ์แบบนี้จะไม่มีรากแก้ว,การเสียบยอดพันธุ์ดีสามารถทำให้ในหนึ่งต้น เสียบยอดให้ได้ดอกหลายสีได้ ,และการขยายพันธุ์โดยการติดตา

การปลูกและดูแลรักษา ดอกลีลาวดี

การปลูกดอกลีลาวดีในกระถาง

ไม้ดอกลีลาวดีจะตอบสนองต่อวัสดุปลูกที่มีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี มีอินทรีวัตถุและได้รับปุ๋ยเสริมตามความเหมาะสม สัดส่วนที่ปลูกนกระถางโดยทั่วไป 50% มูลวัวที่ย่อยสลายดีแล้ว 25% ใบไม้ผุ 25% ดิน การให้น้ำ ใส่น้ำให้ดินในกระถางให้ เปียกทั่วถึง จนน้ำส่วนเกินระบายออกทางรูระบายน้ำ แล้วปล่อยให้วัสดุปลูกแห้งก่อนให้น้ำครั้งต่อไปซึ่งอาจจะเป็นอาทิตย์ละ 2ครั้ง หรือถ้าช่วงแล้งจัดๆ อาจเป็นวันเว้นวัน อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบความชื้นวัสดุปลูกอย่างสม่ำเสมอ แต่วัสดุปลูกที่มี ขนาดเล็กละเอียด เมื่อถึงระยะหนึ่งจะอัดตัวแน่นและรากจะไม่สามารถเจริญผ่านจุดนี้ไปได้น้ำก็จะขังไม่สามารถระบายน้ำได้ ในที่สุดจะทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่าได้

การปลูกดอกลีลาวดี ลงดินในแปลงปลูก

ดินควรเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินเหนียวหรือดินที่มีเนื้อดินละเอียดหนักซึ่งน้ำขังง่ายไม่เหมาะที่จะใช้ในการปลูก ดินควรมี มาณอินทรียวัตถุที่เหมาะสม สามารถดูดยึดความชื้นได้ดี ในขณะเดียวกันต้องมีการระบายน้ำได้ดี การให้น้ำ ในการปลูกลงดิน ให้น้ำแต่นอ้ยให้ปริมาณสัปดาห์ละครั้ง ขึ้นอยูรกับสภาพความชื้นอากาศด้วย ถ้าอากาศร้อนแห้งแล้ง ก็ต้องให้น้ำบ่อยกว่าปกติ เพื่อรักษาความเขียวของใบ แต่ให้น้ำมากเกินไปก็จะมีการเจริญเติบโตทางกิ่งก้านมากและทำให้ไม่ออกดอก

// //

การให้ปุ่ย ดอกลีวาวดี

ลีลาววดีจะเจริญเติบโตงอกงามได้ดีที่สุดในปุ๋ยทีมีไนโตรเจนต่ำ ฟอสฟอรัสสูง และโพแทสเซียม ในปริมาณที่เพียงพอ เนื่อง จากธาตุฟอสฟอรัสจะกระตุ้นการออกดอก โดยทั่วไปลีลาวดีจะแตกกิ่งกานเมื่อมีดอก ดังนั้นต้องให้ปุ๋ยที่ส่งเสริมการออกดอก ซึ้งเมื่อออกดอกมากก็หมายถึงจะมีกิ่งก้านสาขามากตามมา ส่วนธาตุไนโตรเจนจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ แต่ถ้าได้รับมากเกินไป จะทำให้มีใบมากเกินไป และไม่มีดอก นอกจากนั้นยังต้องได้รับธาตุอาหารรองได้แก่ แคลเซี่ยม และกำมะถัน โดยเฉพาะธาตุแมกนีเซียม เพื่อป้องกันโรคใบไหม้รวมทั้งธาตุอาหารจุลธาตุที่เพียงพอ ได้แก่ ธาตุเหล็ก อลูมิเนียม ทองแดง แมงกานีส โมลิบดินัม โบรอน และคลอไรด์ โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยป้องกันอาการใบซีด
อ้างอิง :  http://www.farmkaset.org/contents/default.aspx?content=00659

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.